แอมโมเนียโมเดล ก้าวใหม่สู่โรงไฟฟ้าถ่านหินแบบคาร์บอนต่ำ
ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานและความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของภาคพลังงาน เมื่อพลังงานหมุนเวียนยังไม่เสถียรพอและก๊าซธรรมชาติมีราคาผันผวน ทำให้หลายประเทศทั่วโลก หันกลับมาพึ่งพาและยืดอายุ “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” อีกครั้ง เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและประคองระบบเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ต้นทุนผลิตต่อหน่วยต่ำ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงาน ตระหนักดีว่าการปิดโรงไฟฟ้าฟอสซิลทั้งหมดทันทีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่การจะใช้ถ่านหินแบบเดิมก็ขัดต่อเป้าหมาย Carbon Neutrality ญี่ปุ่นจึงแสวงหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากถ่านหินควบคู่ไปด้วย โดยใช้แอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าร่วมกับถ่านหิน (Ammonia Co-firing)
ทำไมต้องเป็นแอมโมเนีย การเผาไหม้แอมโมเนีย (NH3) กลายเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เนื่องจากแอมโมเนียเป็นสารประกอบที่ไม่มีโมเลกุลของคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นเมื่อนำไปเผาไหม้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จึงไม่เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากตัวเชื้อเพลิงโดยตรง นอกจากนี้แอมโมเนียเหลวยังสามารถขนส่งทางเรือโดยจัดเก็บที่อุณหภูมิเพียง -33 องศาเซลเซียส ขณะที่ไฮโดรเจนต้องมีอุณหภูมิต่ำถึง -253 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามแอมโมเนียติดไฟยากและเผาไหม้ช้ากว่าก๊าซธรรมชาติมาก การเผาแอมโมเนียจึงต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอยู่ระหว่างการศึกษาพัฒนา
ก้าวใหม่ของโรงไฟฟ้าถ่านหินคาร์บอนต่ำ บริษัท IHI Corporation หนึ่งในผู้ผลิตอุตสาหกรรมหนักชั้นนำของญี่ปุ่น ได้พัฒนาเทคโนโลยีการเผาไหม้แอมโมเนียขั้นสูงสำหรับหม้อไอน้ำ โดยระบบนี้จะจ่ายแอมโมเนียในสถานะก๊าซผ่านหัวฉีดแอมโมเนียโดยเฉพาะ และเผาไหม้ร่วมกับเชื้อเพลิงเดิมที่ใช้อยู่ หัวเผาดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขความท้าทายของการเผาไหม้แอมโมเนียให้เกิดการเผาไหม้ที่มีเสถียรภาพ ควบคู่กับการควบคุมการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ในระดับต่ำ เป็นไปตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

