ปัจจุบันทาง Enervision ได้มีการให้บริการด้านการอนุรักษ์พลังงาน ใน 2 แบบหลัก ดังนี้
 
 
     
       เป็นการดำเนินงานตามข้อบังคับกฎหมาย (ตามรูปแบบของมาตรฐานการจัดการ
พลังงานที่ได้กำหนดไว้) โดยดำเนินงานสนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำแก่โรงงาน-
ควบคุม/อาคารควบคุม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. ดำเนินการสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อการอนุรักษ์พลังงาน
2. ดำเนินการตรวจวัดการใช้พลังงานจริงของเครื่องจักร/อุปกรณ์ และระบบการใช้       พลังงานหลักของโรงงาน
3. ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจและตรวจวัดเพื่อใช้ในการกำหนดเป้า-
      หมาย และแผนอนุรักษ์พลังงาน
4. ดำเนินการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของโรงงาน เช่น ข้อมูลทั่วไปข้อมูลผู้รับผิดชอบ
      ด้านพลังงาน และข้อมูลการผลิต เป็นต้น
5. ดำเนินงาน และให้คำปรึกษาสนับสนุนตามระบบการจัดการพลังงาน
      5.1 ให้คำปรึกษาสนับสนุนการจัดกิจกรรม และการประชาสัมพันธ์ด้านการ
            อนุรักษ์พลังงาน
      5.2 ให้คำปรึกษาสนับสนุนการจัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
      5.3 ดำเนินการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น
      5.4 ให้คำปรึกษาสนับสนุนการจัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงาน
      5.5 ดำเนินการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานใน 3 ระดับ ดังนี้
            a. ประเมินระดับองค์กร
            b. ประเมินระดับผลิตภัณฑ์
            c. ประเมินระดับเครื่องจักร/อุปกรณ์
      5.6 ดำเนินการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน (พร้อมรายละเอียด-             การดำเนินงาน)
      5.7 ให้คำปรึกษาสนับสนุนในการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตาม             เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
      5.8 ดำเนินการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงาน
      5.9 ดำเนินทบทวน วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน
      5.10 ดำเนินการอบรมสร้างจิตสำนึก และความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน
6 ดำเนินการจัดทำรายงานตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมฯ พ.ศ. 2535 ฉบับที่ 2
   (แก้ไข พ.ศ. 2550)
7 การแจ้งข่าวสารและโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์    กับสถานประกอบการ
 
1. บริการอนุรักษ์พลังงานรายระบบ/อุปกรณ์
    เป็นการดำเนินงานในรูปแบบการให้คำปรึกษาแนะนำและจัดทำรายงานมาตรการ
อนุรักษ์พลังงาน โดยจะเข้าไปศึกษาการใช้พลังงานในรายระบบ/อุปกรณ์ตามความ
ต้องการของลูกค้า ทั้งให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านเทคโนโลยี และการใช้งานเครื่อง จักรและอุปกรณ์ พร้อมการวิเคราะห์ความเหมาะสมในการลงทุนดำเนินงานให้แก่สถาน ประกอบการให้แก่สถานประกอบการ

2. บริการอนุรักษ์พลังงาน โดยรับประกันผลประหยัดพลังงาน (Guarantee Saving)
    เป็นการดำเนินงานในรูปแบบการให้คำปรึกษาแนะนำและจัดทำรายงานการ
อนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการประกันผลประหยัดที่จะเกิดขึ้น ซึ่งขึ้นกับความต้องการและ ศักยภาพของลูกค้า โดยจะเข้าไปศึกษาการใช้พลังงานในด้านต่างๆของสถาน ประกอบการเพื่อพัฒนา ปรับปรุง และ/หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร อุปกรณ์และลักษณะ การใช้งาน ให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งให้คำแนะนำ ปรึกษาทางด้านเทค โนโลยี วิทยาการประยุกต์ และการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในด้านพลังงาน พร้อมการวิเคราะห์ความเหมาะสมในการลงทุนดำเนินงาน ให้แก่สถานประกอบการ

3. บริการอบรม/สัมมนาด้านการอนุรักษ์พลังงาน
    เป็นการดำเนินงานอบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงาน เสริมสร้างแรงจูงใจและ
จิตสำนึก โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแก่บุคลากรในสถานประกอบการเพื่อให้การอนุรักษ์ พลังงานเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำการส่งเสริมและแนะนำแก่ผู้ที่เข้าร่วม ให้เกิดการรับรู้ ยอมรับ และความเข้าใจ ถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานและการประหยัดพลังงานอย่างถูกต้อง
 
 

 
 
  ท่านทราบหรือไม่ว่า สถานประกอบการของท่านต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) ?
 
  เนื่องจากพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2551 ได้กำหนดวิธีการดำเนินการสำหรับโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยให้ออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งหลักเกณฑ์ของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม ให้คงเป็นตามที่กำหนดไว้เดิม คือ โรงงานหรืออาคารที่ติดตั้งมิเตอร์ตัวเดียวหรือหลายตัวรวมกันมีขนาดตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 1,175 กิโลโวลท์แอมแปร์ขึ้นไปนั้น กำหนดให้เข้าหลักเกณฑ์การเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม โดยข้อกำหนดตามกฎหมายฉบับแก้ไข ส่วนใหญ่ยังคงใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (เดิม) และเพิ่มการจัดการให้เป็นระบบยิ่งขึ้น
 
 
  มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบด้านพลังงานไหม ?
 
  ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2550) มีการกำหนดจำนวนและคุณสมบัติตามขนาดของอาคารและโรงงาน หากมีการติดตั้งมิเตอร์ 3,000 กิโลวัตต์ หรือหม้อแปลงตั้งแต่ 3,530 กิโลโวลท์แอมแปร์ขึ้นไป ต้องมีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานเพิ่ม 1 คน ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
 
 
  ส่วนการเก็บข้อมูลการใช้พลังงานมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?
 
  การเก็บข้อมูลการใช้พลังงานเดิม เช่น แบบส่งข้อมูลการผลิต การใช้พลังงานของโรงงานควบคุม/อาคารควบคุม (บพร.1/บพอ.1 ซึ่งจัดทำส่งทุก 6 เดือน) หรือการทำเป้าหมายและแผน ซึ่งปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนอยู่ในรูปแบบของรายงานการจัดการพลังงาน ตามที่กำหนดรายละเอียดไว้ในกฎกระทรวง โดยต้องจัดทำเป็นรายงานและส่งปีละครั้ง และต้องได้รับการตรวจสอบรับรองจากผู้ตรวจสอบพลังงานที่ได้รับอนุญาตจาก พพ. ก่อนนำส่ง
 
 
  การจัดการพลังงานคืออะไร ?
 
  การจัดการพลังงาน คือการจัดการเกี่ยวกับพลังงานภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ประกอบไปด้วย การทบทวนสถานะเบื้องต้น การกำหนดนโยบายพลังงาน การวางแผน การนำไปใช้และการปฏิบัติ การตรวจสอบและแก้ไข การทบทวนการจัดการ ซึ่งจะมีการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้พลังงานในองค์กรอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งบุคลากร ทรัพยากร นโยบายและขั้นตอนการดำเนินการอย่างมีระเบียบและแบบแผนเพื่อให้บรรลุและรักษาเป้าหมายที่กำหนดได้ โดย พพ. ดำเนินการออกกฎกระทรวงเป็นแนวทางในการปฏิบัติและทำการตรวจสอบการดำเนินการภายหลัง ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดข้อกำหนดในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงาน ได้จาก website ของ พพ. (www.dede.go.th)
 
 
  ถ้าไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) จะเป็นอย่างไร ?
 
  พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) ได้กำหนดไว้ว่า เจ้าของโรงงานควบคุม “เจ้าของอาคารควบคุม หรือผู้รับผิดชอบด้านพลังงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 9 หรือมาตรา 21” ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท รวมถึงการที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้า และถูกระงับการให้สิทธิการส่งเสริมและช่วยเหลือต่างๆ
 
 
   
 
 
 
© 2010  enervision.co.th All Rights Reserved.
หน้าแรก : บริการ : ผลงาน : ข่าว-กิจกรรม : ติดต่อเรา